Warrant Search




Account Opening
Indicative Price (Realtime)

วิเคราะห์หุ้นอ้างอิงด้วย

Fundamental Analysis:


DW01 Weekly Highlight

Hot Call DW
Hot Put DW
Warning List

Hotline 026181492-4

มุมความรู้

กลับสู่หน้าหลัก

รู้จัก DW บนดัชนี SET100


ครั้งแรกกับ DW SET100... DW ที่ให้คุณถือ รันเทรนด์ ได้

หลังจากอุตสาหกรรม DW มีการออก DW ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 (ซึ่งส่วนใหญ่จะอ้างอิงกับ SET50 Index Futures) ก็ทำให้นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกันอย่างคึกคัก เนื่องจากเหตุผลหลักๆคือ การลงทุนในดัชนีนอกจากจะลดความเสี่ยงจากทิศทางและความผันผวนของราคาหุ้นรายตัวได้แล้ว ส่วนใหญ่ DW ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 จะมีอัตราทดที่สูงกว่า DW บนหุ้นรายตัวและนักลงทุนหลายคนมองว่าทิศทางของดัชนีกะเก็งได้ง่ายกว่าหุ้นรายตัว จึงเล็งใช้ประโยชน์จากอัตราทดมาเก็งกำไรทิศทางของดัชนี แต่ด้วยอัตราทดที่สูงจะมาพร้อมกับค่าเสื่อมเวลาที่สูงด้วยเช่นกัน ดังนั้น DW ในปัจจุบันที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ส่วนใหญ่จึงเหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นในทิศทางของดัชนี SET50 ซึ่งอาจยังไม่ตอบโจทย์นักลงทุนอีกส่วนหนึ่งที่มีความต้องการถือดัชนีเพื่อ “รันเทรนด์” และขอให้มีอัตราทดด้วย โดยอาจไม่ต้องสูงมากนัก ดังนั้นหลักทรัพย์บัวหลวงจึงออกแบบ DW อ้างอิงดัชนี SET100 คือ S10001C1811A ซึ่งจะซื้อขายวันแรก วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560 เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนกลุ่มดังกล่าว และนี่คือ 4 เหตุผลที่ทำไม Call DW01 อ้างอิงดัชนี SET100 ถึงแตกต่าง ?
1. ครอบคลุมกว่า – ดัชนี SET100 เป็นตัวแทนภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ดีกว่าดัชนี SET50 *เนื่องจากดัชนี SET100 ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจ ทั้งหมด 18 กลุ่ม ในขณะที่ดัชนี SET50 จะครอบคลุมกลุ่มธุรกิจเพียง 13 กลุ่มเท่านั้น โดย 5 กลุ่มธุรกิจที่เพิ่มเข้ามาในดัชนี SET100 ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศเป็นหลัก เช่น  กลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์, กลุ่มบรรจุภัณฑ์, กลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการและกลุ่มธุรกิจการเกษตร ส่วนในด้าน Market Cap ดัชนี SET100 มี Market Cap อยู่ที่ 12.76 ล้านล้านบาทคิดเป็น 75.6% ของ Market Cap ทั้งตลาด ในขณะที่ดัชนี SET50 มี Market Cap เพียง 11.16 ล้านล้านบาทคิดเป็น 66.1% ของ Market Cap ทั้งตลาด ดังนั้นการลงทุนในดัชนี SET100 นอกจากจะเป็นตัวแทนภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ดีกว่าดัชนี SET50แล้ว ยังช่วยกระจายการลงทุนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศมากนัก เพราะหุ้นที่เพิ่มเข้ามาส่วนใหญ่เป็นการบริโภคในประเทศเป็นหลัก
*ข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560
2. ถือครองได้ – อย่างที่เรียนไปตอนต้นว่า S10001C1811A ถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนระยะกลางที่ต้องการถือดัชนีเพื่อ “รันเทรนด์” ดังนั้นหัวใจหลักคือออกแบบให้มีค่าเสื่อมเวลาที่ค่อนข้างต่ำที่ประมาณ 0.15 - 0.20% ต่อวัน ซึ่งถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยของ Call DW บนดัชนี SET50 ทั้งระบบในปัจจุบันที่มีค่าเสื่อมเวลาเฉลี่ยประมาณ 2% ต่อวัน จะเห็นได้ว่าค่าเสื่อมเวลาของ S10001C1811A อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยยะ ทำให้นักลงทุนสามารถถือเกาะเทรนด์ไปกับดัชนี SET100 ได้ด้วยต้นทุนการถือครองที่ค่อนข้างต่ำถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยของ Call DW บนดัชนี SET50 ในปัจจุบัน
3. มีอัตราทด – อัตราทดของ S10001C1811A ถูกออกแบบไว้ที่ระดับประมาณ 4 – 5 เท่า แม้จะไม่สูงมากแต่หากดัชนีปรับตัวไปในทิศทางที่คาดไว้ นักลงทุนก็จะได้อัตราทดเร่งประมาณ 4 เท่ากว่าๆ นั่นหมายความว่าถ้าเปรียบแล้วหากนักลงทุนกลุ่มที่ต้องการเกาะเทรนด์ดัชนี SET100 อาจมองหา ETF (Exchange Trade Fund) เพื่อลงทุนเป็นตัวแทนดัชนี แต่ถ้าหากต้องการมี Leverage ในดัชนีด้วย ในปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีตราสารที่ให้อัตราทดใน ETF ดังนั้นการลงทุนใน S10001C1811A จึงเปรียบเสมือนการถือดัชนี SET100 ที่มีอัตราทดแต่สิ่งที่แฝงมาด้วยคือค่าเสื่อมเวลา (แม้จะถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างต่ำแต่ก็ถือว่ามี) ดังนั้นก็ไม่เชิงว่า S10001C1811A เหมือน ETF บนดัชนี SET100 ที่มีอัตราทดซะทีเดียวแต่ด้วยค่าเสื่อมเวลาในระดับที่ไม่สูงมากนักก็น่าจะพอให้ “เพย์ออฟ” ที่ไม่ต่างกันมากหากดัชนี SET100 ปรับตัวไปในทิศทางที่นักลงทุนคาดหวัง
4. อายุยาวกว่า – DW อ้างอิงดัชนี SET50 ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้มีอายุประมาณ 2-4 เดือน เพราะถูกออกแบบมาให้เก็งกำไรระยะสั้น ทำให้มีข้อจำกัดที่สำคัญคือเรื่องเวลา ดังนั้น S10001C1811A จึงถูกออกแบบมาให้มีอายุยาวขึ้นที่ 1 ปี นั่นก็เพราะต้องการให้นักลงทุนถือ “รันเทรนด์” ได้โดยที่มีเวลาให้เทรนด์ของดัชนีมากกว่า DW ทั่วไปในท้องตลาด ด้วยอายุของ S10001C1811A ที่ยาวขึ้นและค่าเสื่อมเวลาที่ถูกออกแบบมาให้อยู่ในระดับต่ำกว่า DW ส่วนใหญ่ในตลาดจะให้นักลงทุนพอถือเพื่อเกาะทิศทางตลาดไปได้

อย่างไรก็ตามการที่ S10001C1811A ถูกออกแบบมาให้พอถือครองเพื่อ “รันเทรนด์” ได้ ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับนักลงทุนทุกคนเพราะหากนักลงทุนกลุ่มที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้นแม้จะได้ต้นทุนการถือครองที่ต่ำก็จริงแต่ก็อาจจะมีอัตราทดที่ต่ำเกินไป ดังนั้น S10001C1811A จึงเป็น DW ทางเลือกเพื่อให้นักลงทุนเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับระยะการถือครองของตนได้ ถ้าให้มองแบบง่ายๆคือ หากต้องการถือนานหน่อยอาจเลือก DW อ้างอิงดัชนี SET100 แต่ถ้าต้องการถือระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรอาจเลือก DW อ้างอิงดัชนี SET50 ซึ่งก็มีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนให้เลือกมากมายในตลาด ดังนั้นนักลงทุนแต่ละท่านก่อนลงทุนควรต้องไป บวก ลบ คูณ หาร เพื่อหา DW ที่เหมาะกับตนเองกันให้ดีนะครับ